การเลือกโบรคเกอร์ (Broker)

xauusdสิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่าเทคนิคในการเทรดเลยก็คือ การเลือกโบรคเกอร์ เพราะโบรคที่ดีนั้นจะทำให้คุณสามารถทำกำไรได้ง่ายขึ้น มาดูกันว่าปัจจัยในการเลือกโบรคนั้นมีอะไรบ้าง

 

1.ความน่าเชื่อถือของโบรคเกอร์

ความน่าเชื่อถือนั่นดูได้จากหลายที่ ทั้งจากเว็บจัดอันดับ (บางทีเว็บได้เงินโฆษณา) รีวิวต่างๆ สถานที่จดทะเบียน หรือแม้แต่กระทั่งระยะเวลาที่เปิดทำการมา เพื่อให้มั่นใจว่าโบรคเกอร์ที่เราจะใช้นั้นจะไม่เบี้ยวเงินเรา 55555

2.การฝาก-ถอนเงิน

วิธีในการฝาก-ถอนเงินต้องสะดวกกับเรา โดยส่วนมาก โบรคเกอร์ต่างๆก็สามารถทำรายการฝาก-ถอน ผ่านบัตรเครดิต หรือเดบิตได้อยู่แล้ว แต่ก็มีบางโบรคที่สามารถใช้เงินอิเล็กทรอนิค (BitCoin)ในการฝาก-ถอนได้ด้วย

3.ความรวดเร็วและความเสถียรของแพลทฟอร์ม

แต่ละโบรคเกอร์นั้นจะใช้แพลทฟอร์มต่างกันไป แต่โดยส่วนมากแล้ว แพลทฟอร์มที่เป็นที่นิยมคือ Meta Trader 4 เนื่องจากใช้งานง่าย และมีทั้งเวอร์ชั่นในโทรศัพท์ ทั้งระบบ IOS และ Android

4.ค่าสเปรด (Spread) ที่ต่ำ

เพราะหากสเปรดยิ่งต่ำ โอกาสในการทำกำไรของเราก็มีมากขึ้นไปด้วย โดยเฉพาะ หากเราต้องการเทรดสินทรัพย์ประเภทคอมมูนิตี้ เช่น ทองคำ น้ำมัน ซึ่งมีสเปรดที่สูง บางโบรคนั้นค่าสเปรดก็ปาเข้าไป 50- 100 pip แล้ว เรียกได้ว่าเปิดออเดอร์มาก็ลบจนคางเหลือง (ไม่เหลืองหรอก ล้อเล่นน่ะ) เพราะเหตุนี้จึงจำเป็นที่จะหาโบรคเกอร์ที่มีค่าสเปรดต่ำ

5.ซัพพอร์ตคนไทย

บางโบรคเกอร์ที่ไม่มีซัพพอร์ตคนไทยนั้น อาจจะลำบากเวลาต้องการสอบถามข้อมูลต่างๆ ผมเลยขอแนะนำให้เลือกโบรคเกอร์ที่มีซัพพอร์ตเป็นคนไทย

นี่ก็เป็นหลายๆสิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญในการเลือกโบรคเกอร์ หวังว่าทุกท่านที่สนใจใน Forex จะได้รับประโยชน์จากบทความนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ทุกช่องทางครับ

ตลาดฟอเร็กซ์ (Forex) ไม่ได้เป็นไปตามเหตุผลเสมอไป

    อย่างที่พูดไปในหัวข้อ ตลาดฟอเร็กซ์หรือตลาดที่มีการเก็งกำไรมากๆ มีสภาพคล่องสูงนั้นไม่ได้เป็นไปตามเหตุผลเสมอไป หากแต่ตลาดนั้นเป็นไปตามความคิดของคน ที่ตีความสถานการณ์ต่างๆและคิดตามเหตุผล จากนั้นก็นำมาสู่การตัดสินใจออกออเดอร์

   ยกตัวอย่างสถานการณ์หนึง สมมติว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ความคิดของคนส่วนใหญ่ก็จะคิดไปตามหลักเหตุผลง่ายๆว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้น จะทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น แต่ถ้าหากตลาดเป็นไปตามเหตุผลง่ายๆแบบนั้น คงไม่มีคนที่ขาดทุนจากตลาดนี้ ข้างล่างนี้คือกราฟแสดงราคาทองคำต่อดอลล่า (XAU/USD) ในช่วงเวลาที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในวันที่16/03/60xauusd-h1-pepperstone-group-limited

  จะเห็นได้จากกราฟแท่งเขียวที่ขึ้นรวดเดียวถึงเกือบ 2000 จุด ทั้งๆที่ค่าเงินดอลล่าควรจะแข็งค่าขึ้น ไม่ใช่อ่อนลง

  ต่อไปเป็นกราฟของ (EUR/USD)   ในวันที่17/03/60eurusd-h1-pepperstone-group-limitedจะเห็นได้ว่าค่าเงินดอลล่าอ่อนลง ทั้งๆที่ควรแข็งขึ้นอีกเช่นกัน

  ข้างล่างนี้จะเป็นการอธิบายตามความคิดของผม หากเราคิดด้วยหลักการณ์ง่ายๆว่า หากเฟดขึ้นดอกเบี้ย เงินดอลล่าแข็ง เราต้องซื้อดอลล่า เทขายทอง หากเป็นไปตามนั้นทุกคนคงจะรวยกันหมด และไม่มีใครล้มเหลวในตลาดนี้ กว่า 90 เปอร์เซ็น ของผู้ที่เข้ามาในตลาดนั้นมักจะขาดทุน แสดงว่า มีเพียงไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ที่ชนะตลาดได้ ในจุดนี้ชี้ให้เห็นได้ชัดว่า คนส่วนน้อยเป็นผู้ชนะ จากสถานการณ์ที่ยกตัวอย่างมา จึงอธิบายได้ว่า คนส่วนใหญ่นั้นคิดเหมือนกันตามหลักเหตุผล และซื้อดอลล่าเหมือนๆกัน แล้วทำไมราคาถึงลงล่ะ เราลืมไปรึเปล่าว่าเมื่อเราซื้อ ต้องมีคนขาย ในจำนวนเงินที่เท่าๆกัน เมื่อคนส่วนใหญ่ที่เป็นผู้แพ้ซื้อ แล้วใครเป็นผู้ขายให้ แน่นอนว่าเป็นคนส่วนน้อยที่เป็นผู้ชนะขายให้ แล้วเราลองย้อนขึ้นไปบรรทัดบนๆอีกครั้ง ว่าเราอยู่ใน 90 เปอร์เซ็นต์หรืออยู่ใน 10 เปอร์เซ็นต์

ตลาดฟอเร็กซ์ ในมุมมองของผม

ถ้าหากย้อนกลับไปเมื่อสักต้นปี 2015 ตอนที่ผมเพิ่งได้รู้จัก forex ไหม่ๆ เนื่องจากเห็นโฆษณาผ่านๆของโบรคๆหนึ่งและได้คลิกเข้าไปลองสมัครบัญชีเดโม่ ตามด้วยโหลกโปรแกรม Meta Trader 4 มาลองเล่น โปรแกรมมีลูกเล่นเยอะมาก ทุกคนที่ลองเทรดครั้งแรกคงจะงงแบบผมนี่แหละ ตอนนั้นรู้แค่กด Buy กับ Sell และแน่นอน ไม่นานนักก็ล้างพอตเดโม่เป็นว่าเล่น 55555 หลังจากนั้นผมจึงได้เริ่มศึกษาอย่างจริงจัง และพบว่ามันสามารถสร้างกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ